รูปแบบของการทำธุรกิจออนไลน์

รูปแบบของการทำธุรกิจออนไลน์นี้ ความสัมพันธ์ของผู้ขายกับลูกค้าอาจจะเป็นแบบผู้ประกอบการกับผู้ประกอบการด้วยกัน (Business to Business : B2B) หรือ ผู้ประกอบการกับผู้บริโภค (Business to Consumer : B2C) หรือ ผู้บริโภคกับผู้บริโภค (Consumer to Consumer : C2C) ก็ได้ แล้วแต่ประเภทสินค้าหรือสถานะเริ่มต้นของผู้ขาย

online-shopping-daydayday

ลูกค้า 3 รูปแบบนี้มีความเหมือนกันตรงที่ผู้ขายมีบทบาทในการตั้งราคาสินค้า แต่มีลูกค้าอีกรูปแบบหนึ่งที่ท้าทายผู้ขายมากก็คือ การที่ผู้บริโภคที่มีสถานะเป็นผู้ขาย (Consumer to Business : C2B) ลูกค้ารูปแบบนี้มีความแตกต่างจากลูกค้ารูปแบบอื่นๆ เพราะลูกค้าจะเข้ามามีบทบาทในการตั้งราคาสินค้า ซึ่งคล้ายๆ กับการประมูลสินค้านั่นเอง อย่างไรก็ตามอำนาจการตัดสินใจที่จะขายหรือไม่ขายสินค้าก็เป็นของผู้ขายเท่านั้น ดังนั้นผู้ซึ่งเป็นผู้ขายจะต้องเลือกรูปแบบการค้าให้เหมาะสมกับธุรกิจของตนเอง  เช่น เว็บไซต์ E-bay  Amazon  เป็นต้น  ในขณะที่ของประเทศไทย ก็มีเว็บไซต์ที่เป็นแหล่งประมูลหลายแห่งเช่นกัน พฤติกรรมของผู้บริโภคที่นิยมซื้อสินค้าจากธุรกิจออนไลน์ในปัจจุบันมีอยู่ 2 กลุ่ม กลุ่มแรกชอบที่จะสั่งซื้อสินค้าทางอินเทอร์เน็ตและให้ผู้ขายจัดส่งสินค้าให้ถึงที่หมายตามที่ระบุไว้ โดยชำระค่าสินค้าผ่านบัตรเครดิต, บัญชีเงินฝากธนาคาร และจ่ายธนาณัติ แต่อีกกลุ่มหนึ่งคือกลุ่มที่ชอบเรียนรู้เกี่ยวกับสินค้าหรือบริการก่อน โดยจะพิจารณาคุณสมบัติและราคาของสินค้าหรือบริการจากอินเทอร์เน็ตก่อน จากนั้นก็จะเดินทางไปดูสินค้าด้วยตนเอง เพื่อที่จะได้มองเห็น สัมผัสสินค้า และถ้าเกิดความพึงพอใจก็สามารถสั่งซื้อและชำระค่าสินค้าที่หน้าร้านเลย (ใช้ได้เฉพาะธุรกิจออนไลน์ที่มีหน้าร้านเท่านั้น) ซึ่งลูกค้าอาจสั่งซื้อสินค้าหรือบริการที่นอกเหนือจากความสนใจทางอินเทอร์เน็ตอีกด้วย หากท่านผู้ประกอบการท่านใดเริ่มสนใจประกอบธุรกิจออนไลน์แล้ว จะขอข้อแนะนำเป็นขั้นตอนมีดังนี้

  1. จะต้องพิจารณาธุรกิจของท่านเองว่า ท่านมีความถนัดที่จะทำธุรกิจอะไร จากนั้นต้องพิจารณาต่อไปว่าคุณสมบัติของสินค้าหรือบริการนั้นเหมาะที่จะใช้ออนไลน์ในการทำตลาดหรือไม่ โดยคุณสมบัติที่จำเป็นมากๆ ก็คือ ความสะดวก และราคาถูก ซึ่งหมายความว่าลูกค้าจะต้องสะดวกและประหยัดเวลาจากการซื้อสินค้าผ่านการออนไลน์มากกว่าการซื้อผ่านหน้าร้านหรือในห้างสรรพสินค้า และเมื่อคิดคำนวณราคาของสินค้าหรือบริการแล้วจะต้องมีราคาถูกกว่าหรือคุ้มค่าคุ้มเวลามากกว่าการไปเลือกซื้อด้วยตนเอง
  2. เมื่อตัดสินใจได้แล้วว่าสินค้าหรือบริการนั้นเหมาะสมที่จะทำการตลาดแบบออนไลน์ จากนั้นมาดูกันต่อว่า หากเป็นธุรกิจที่มีเงินลงทุนน้อย วิธีการเสนอขายสินค้าหรือบริการก็จะทำได้โดยการโฆษณา ติดประกาศขาย หรือขายสินค้าตามเว็บไซต์ทางอินเทอร์เน็ตและวให้ลูกค้าค้นหาคำไหนที่ต้องการแล้วเข้าสู่เว็บไซต์เราทันที่ เช่น เพิ่มความสูง ทัวร์ญี่ปุ่นราคาถูก เหมาแท็กซี่ รถบรรทุก บริษัทรับทำเว็บไซต์ เครื่องทาบบัตร  เบอร์มงคล ลงประกาศขายรถฟรีและร้านกาแฟย่านรามคำแหง   เป็นต้น ทุกอย่างล้วนแล้วสามารถทำเป็นตลาดออนไลน์ได้ทั้งหมด

Add a Comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *